Month: April 2017

สนองความคิดต้องการของผู้บริโภค

สนองความคิดต้องการของผู้บริโภค

เมื่อคุณตัดสินใจดีแล้วว่าจะเลือกทำธุรกิจอะไร แต่สิ่งสำคัญที่คุณจะมองข้ามเสียมิได้คือ “ตลาด” หรือ “ ความต้องการของผู้บริโภค” มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อย ที่ทำธุรกิจแล้วไม่ประสบคามสำเร็จทั้งที่บุคคลเหล่านั้นมีความรู้ และประสบการณ์ ด้านการผลิตเป็นอย่างดี แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่ใส่ใจความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งเป็นจุดสำคัญขั้นต้นที่จะมองข้ามไม่ได้ ส่วนใหญ่ผู้ลงทุนมักจะให้ความสนใจกับการผลิต แม้ว่าจะมีความสามารถในการผลิตสักเพียงใด และมีทุนดำเนินการอย่างต่อเองไม่ติดขัด หากไม่มีลูกค้าเพียงพอธุรกิจก็ยืนอยู่ไม่ได้ โรงพิมพ์

ธุรกิจขนาดกลาง

ธุรกิจขนาดกลาง

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดนี้ เป็นกิจการที่เอื้ออำนวยเหมาะสมหรับผู้เริ่มลงทุนรายใหม่ดังจะเห็นได้ดังต่อไปนี้

  1. 1. ผู้สนใจลงทุนรายใหม่ ประสบการณ์ยังไม่มาก จึงเหมาะกับการลงทุนการขนาดย่อมเพราะใช้เงินทุนไม่สูง ถ้ามีการพลาดพลั้งเกิดขึ้น ความเสียหายคงไม่มีมากนัก แต่ถ้ากิจการอยู่รอดและเจริญก้าวหน้าก็จะเป็นฐานสำคัญ ของการเจริญเติบโตของประเทศต่อไป
  2. 2. การประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีความเป็นอิสระเนื่องจากเจ้าของเป็นผู้บริหารงานและตัดสินใจด้วยตัวเอง
  3. 3. ผู้ลงทุนอาจเป็นบุคคลคนเดียว หรือ มีคนร่วมลงทุนด้วยไม่กี่คน เป็นผู้หาเงินมาลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการ
  4. 4. เจ้าของธุรกิจ SMEs ดำเนินงานส่วนใหญ่อยู่ในท้องที่เช่นเดียวกับลูกจ้างและการตลาด มักจะเป็นการค้าปลีกโดยมียอดขายไม่สูง แต่พออยู่ได้
  5. 5. ธุรกิจที่ทำส่วนใหญ่ จะใช่ฝีมือความสามารถส่วนตัว ความถนัดในการดำเนินการ เช่น ทำเบเกอรี่ ร้านตัดผม ตัดเสื้อผ้า ทำดอกไม้ประดิษฐ์ อู่ซ่อมรถยนต์ ซ่อมจักรยาน ทำขนมขาย เปิดร้านอาหาร
  6. 6. ผู้ประกอบการ SMEs มีอัธยาศัยอันดีต่อลูกค้า ที่มาติดต่ออย่างรู้สึกอบอุ่นใจมีความคุ้นเคย สะดวกสบาย ใกล้บ้านบริการดังใจไม่จำกัดเวลาซึ่งธุรกิจขนาดใหญ่ไม่สามารถทำได้
  7. 7. ผู้ประกอบการ SMEs มีความตั้งใจ และปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะทำงานนั้นให้สัมฤทธิ์ผลตามที่เห็นช่องทาง พร้อมทั้งมีความกล้าเสี่ยง ทำงานหนักทุ่มเทเสียสละ ผูกมัดเป้าหมาย เพื่อผลสำเร็จของตนเอง
  8. 8. SMEs สามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่ หือกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบรับช่วงการผลิตหรือเป็นแหล่งรวบรวมวัตถุดิบ
  9. 9. การดำเนินงานของ SMEs มีต้นทุนต่ำ ใช้แรงงานในคอบครัว มามีค่าล่วงเวลา ไม่มีค่าคำปรึกษาแนะนำ หรือความช่วยเหลือที่สามารถตีมาเป็นต้นทุนได้ ส่วนต้นทุนสถานที่และค่าติดต่อสื่อสารต่ำมาก ต้นทุนเหล่านี้ต่ำกว่าธุรกิจขนาดใหญ่
  10. 10. SMEs มีความคล่องตัวในการบริหารงานและการตัดสินใจ เมื่อภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง หรือคำสั่งซื้อหลายประเภทแต่ละประเภทในปริมาณน้อย ก็สามารถปรับเปลี่ยนเทคนิคเครื่องจักร วัตถุดิบ หรือแรงงานได้คล่องตัว และรวดเร็วโดยไม่ต้องรอการตัดสินใจจากคนหลายคน

2 ประเภทของวิสาหกิจ

การประกอบธุรกิจย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ธุรกิจทุกประเภทประสบความสำเร็จได้หมดธุรกิจแต่ละประเภทก็จะมีแบบอย่างที่เป็นเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ดังนั้น ถ้าหากต้องการให้ธุรกิจที่ท่านจะเลือกมีการดำเนินการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงแล้ว ท่านต้องเลือกประเภทของธุรกิจที่เหมาะสมกับคุณลักษณะของท่านให้มากที่สุด โอกาสแห่งความสำเร็จก็ย่อมมีมากขึ้น

ถ้าหากท่านคิดอยากเป็นอิสระ และตั้งใจทำธุรกิจเป็นของตนเองแล้ว กิจการที่จะทำก็คงไม่พันกิจการ 4 สาขา คือ การผลิตหรืออุตสาหกรรม การค้าส่ง การค้าปลีก และการบริการ ธุรกิจทั้ง 4 อย่างนี้ ในทางปฏิบัติจริง รู้สึกว่าเป็นสิ่งยากที่จะกำหนดขอบเขตของธุรกิจแต่ละชนิดเอาไว้ แต่อย่างไรก็ตามถ้ากิจการจะทำเป็นธุรกิจที่ไม่ใหญ่โตนัก การแยกชนิดของธุรกิจเหล่านี้ย่อมทำได้ง่ายเพราะธุรกิจแต่ละชนิดต่างก็มีความแตกต่างไปในตัวมันเอง และในบรรดากิจการทั้ง  4 สาขานั้น การค้าปลีกเป็นกิจการที่ผู้ลงทุนใหม่ ลงทุนมากที่สุด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะกิจการแบบนี้เกิดขึ้นได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว นอกจากการค้าปลีกแล้ว ผู้ลงทุนใหม่นิยมรองลงมาคือกิจการบริการ ดังนั้นการทำธุรกิจ จำเป็นที่จะต้องเลือกเฉพาะธุรกิจที่ตรงกับความสามารถของท่านเท่านั้นและจุดประสงค์ของส่วนนี้ ก็คือต้องการแสดงให้เห็นสิ่งจำเป็นสำหรับกิจการแต่ละธุรกิจ เพื่อท่านจะได้นำไปพิจารณาในการเลือกธุรกิจสำหรับตัวท่านเอง

 

ก่อนที่จะกล่าวถึงรายละเอียดของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อดไม่ได้ที่จะชี้ให้เห็นจำนวนสัดส่วนของประเภทของวิสาหกิจขนากกลาง และขนาดย่อมเป็นอย่างไรบ้าง ข้อมูลนี้ได้มาจากการสำรวจสถานประกอบการทางด้านอุตสาหกรรม ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง ธุรกิจบริการ การก่อสร้าง ภัตตาคาร โรงแรม และอื่นๆ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2539 พบว่า จำนวนวิสาหกิจขนาดของกลางและขนาดย่อมมีทั้งหมด 854,064 กิจการ โดยแบ่งตามประเภทได้ดังนี้

  1. กิจการอุตสาหกรรม 157,363 ราย คิดเป็น 18.4%
  2. กิจการค้าปลีก 259,310 ราย คิดเป็น 30.4%
  3. กิจการค้าส่ง 27,116 ราย คิดเป็น 3.2%
  4. กิจการบริการ 141,911 ราย คิดเป็น 16.6%
  5. กิจการภัตตาคารและโรงแรม 82,302 ราย คิดเป็น 9.6%
  6. กิจการก่อสร้าง 9,083 ราย คิดเป็น 1.1%
  7. อื่นๆ 176,826 ราย คิดเป็น 20.7%

สำหรับวิสาหกิจ ของกิจการอุตสาหกรรมนั้นจากข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ณ สิ้นปี 2542 พบว่า มีโรงงานที่จดทะเบียน อย่างเป็นทางการไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมมีจำนวน 128,304 โรงงาน ในจำนวนดังกล่าว เป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีการจ้างงานไม่เกิน 200 คนจำนวน 125,177 โรงงาน หรือคิดเป็น 95%ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุด

โรงพิมพ์